วันพฤหัสบดีที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

พบผู้บริหาร MSN กับธุรกิจโฆษณาออนไลน์

Pic_3261

กับประสบการณ์ในแวดวงดิจิตอลคอนเทนท์ และธุรกิจออนไลน์มาหลายปีของ "กมลภัทร แสวงกิจ" ที่ด้วยเวลาปีเศษในการผลักดัน วินโดวส์ ไลฟ์ และเอ็มเอสเอ็นพอทัล ในประเทไทย ให้เติบโตใต้ชายคาไมโครซอฟท์ แอดเวอร์ไทซิ่ง...

หากพูดถึงชื่อ "เอ็มเอสเอ็น" คนส่วนหนึ่งอาจนึกถึงโปรแกรมสนทนายอดนิยมของเมืองไทย MSN Messenger บางคนอาจนึกถึงเว็บพอทัล ที่เห็นทุกครั้งเมื่อออกจากระบบของบริการฮอตเมล์และชื่อนี้ได้มีการเพิ่มเติมคำว่าวินโดวส์ ไลฟ์ เข้าไป ยิ่งทำให้คนอีกกลุ่มนึกถึงบริษัทไมโครซอฟท์ อย่างไรก็ตามเอ็มเอสเอ็น คือ ธุรกิจออนไลน์ อีกหนึ่งแขนงของไมโครซอฟท์ ที่ธุรกิจหลักสร้างรายได้จากการทำโฆษณาออนไลน์ ภายใต้ชื่อหน่วยธุรกิจ "ไมโครซอฟท์ แอดเวอร์ไทซิ่ง" สำหรับประเทศไทยตัวเอ็มเอสเอ็นได้เข้ามาทำธุรกิจหลายปีแล้ว หนึ่งในนั้น คือ เว็บพอทัล www.msn.co.th และได้ทำธุรกิจโฆษณาออนไลน์มาควบคู่กัน

จึงถือเป็นอีกหนึ่งเว็บไซต์ที่มุ่งเน้นสร้างรายได้จากโฆษณา ธุรกิจออนไลน์ที่คนส่วนหนึ่งยังไม่เห็นความสำคัญ หรือเจ้าของผลิตภัณฑ์ไม่เห็นอยู่ในสายตา แต่เมื่อโลกอินเทอร์เน็ต และสังคมออนไลน์ขยายใหญ่ และมีบทบาทาต่อผู้คนในสังคมมากขึ้น จึงปฎิเสธไม่ได้แล้วว่าโฆษณาออนไลน์มีความสำคัญในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่เป็นผู้บริโภค แต่การทำโฆษณาออนไลน์มีแบบใดบ้าง มุมมองต่อธุรกิจในเมืองไทย และความคิดเห็นที่มีต่อสังคมอินเทอร์เน็ตจะเป็นอย่างไร ต้องลองฟังจากปากของ กมลภัทร แสวงกิจ ผู้จัดการธุรกิจออนไลน์ประเทศไทย ไมโครซอฟท์แอดเวอร์ไทซิ่ง ผู้บริหารหญิงเก่งได้แล้ว ณ บัดนี้...

IT Digest: ภาพรวมของธุรกิจ และบริการ MSN ประเทศไทย ขณะนี้ เป็นอย่างไร

กมลภัทร: ภาพรวมธุรกิจของเอ็มเอสเอ็นในประเทศไทยในปีการเงิน 2552 (ระหว่าง ก.ค.2551-มิ.ย.2552) เมื่อดูผลครึ่งปีแรก มีอัตราการเติบโตอยู่ที่ 28% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีการเงิน 2551 ขณะนี้เป็นช่วงไตรมาสที่ 3 ถือว่ามีแนวโน้ที่ดีหลังจากช่วงต้นปี 2552 ที่ผ่านมาเศรษฐกิจประเทศไทยชะลอตัวไป และเริ่มกลับมาคึกคักเชื่อว่าปีนี้ยังคงมีการเติบโตอยู่ประมาณ 28-30% จากปี 2551

เมื่อดูที่บริการของเอ็มเอสเอ็นประเทศไทย ขณะนี้ มีอยู่หลายตัว ได้แก่ เว็บพอทัล www.msn.co.th ที่เสนอคอนเทนท์แบ่งไปตามหมวดหมู่ต่างๆ ผลิตภัณฑ์อีกตัวที่คนไทยคุ้นเคยดี รู้จักกันมานาน และใช้งานมากที่สุด คือ วินโดวส์ ไฟล์ ฮอตเมล์ วินโดวส์ ไฟล์ เอ็มเอสเอ็น แมสเซนเจอร์ รูปภาพ ปฏิทิน และการแบ่งปัน ที่เป็นบริการในรูปแบบสังคมออนไลน์ หรือ Social Netwok ที่พิเศษ คือ โปรแกรม MSN Messenger เวอร์ชันที่ 9 ที่ได้ปรับปรุงใหม่ ด้วยการย้ายแถบผู้สนับสนุนมาไว้ที่ด้านล่าง และมีลูกค้าใหม่ๆ เข้ามาใช้แล้ว เช่น แมคโดนัลด์ โดยผู้ใช้งานสามารถถ่ายรูปอีคูปองด้วยมือถือ แล้วเอาไปแสดงที่เคาท์เตอร์รับส่วนลดพิเศษได้ที่ร้านแมคโดนัลด์

โปรแกรม MSN Messenger เราได้เพิ่มฟีเจอร์หนึ่งเข้ามา คือ "What's New หรือ มีอะไรใหม่ ผู้ใช้งานจะได้เห็นเพื่อนๆ ในรายชื่อว่า แต่ละคนอัพเดทสถานะ รูปภาพ หรือกำลังทำอะไรอยู่ได้ เช่นเพื่อนอาจจะอัพเดทข้อมูลลงในเฟชบุ๊ค (facebook) หรือ ทวีตเตอร์ (Twitter) ได้ ตรงนี้จะเป็นฟีเจอร์ที่เข้ามาชวยเรื่องสังคมออนไลน์ และการทำโฆษณาออนไลน์ ทำให้เมื่อลงโฆษณาออนไลน์ที่เอ็มเอสเอ็น ก็จะเห็นหมดในทุกเว็บไซต์ที่เป็นเครือข่าย ทำให้ผู้ที่ลงทุนโฆษณาออนไลน์ คุ้มค่ามากกว่าลงโฆษณาเพียงเว็บไซต์อันใดอันหนึ่ง

สำหรับบริการ ฮอตเมล์ ไมโครซอฟท์ได้พัฒนาฟีเจอร์ใหม่ ในต่างประเทศแล้ว สำหรับคนที่มีอีเมล์ใช้งานหลายค่าย สามารถดึงเอาอีเมล์จากบัญชีผู้ใช้งานของ จีเมล์ หรือ ยาฮูเมล์ มาแสดงบนหน้าฮอตเมล์ได้ จุดนี้ก็เป็นกลยุทธ์หนึ่งในการดึงคน เพื่อการโฆษณาออนไลน์ ที่มาใหม่และคนสนใจมากอีก 1 บริการ คือ Photo gallery ที่นอกจากจะใช้เป็นดปรแกรมจัดการรูปภพในเครื่องคอมพิวเตอร์แล้ว ยังอัพโหลดขึ้นบนอินเทอร์เน็ต เพื่อแบ่งปันกับเพื่อนๆ ทั่วโลก ในสังคมออนไลน์อื่นๆ

เมื่อเดือน ก.พ.2552 ที่ผ่านมา ทางเอ็มเอสเอ็น เพิ่งเปิดให้บริการ MSN Windows live on Mobile เพื่อใหผู้ใช้งานมีโอกาสใช้บริการบนมือถือ โดยที่จะมีบัญชีของฮอตเมล์หรือไม่ก็ได้ โดยประมาณช่วงเดือน มิ.ย.นี้จะออกโรดโชว์ไปตามมหาวิทยาลัยในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดตามภาคเหนือ ภาคใต้ อินเทอร์เน็ตคาเฟ่ และสถาบันกวดวิชา เพราะสถานที่เหล่านี้มีกลุ่มเป้าหมายที่เป็นวัยรุ่น และกลุ่มนี้เป็นผู้ใช้งานจริง เนื่องจากมีมือถือรุ่นดีใช้งาน อาจจะมีการจัดกิจกรรมเกมร่วมสนุก เพื่อเรียกคนเข้ามาใช้บริการ บนหน้าเว็บไซต์ www.everythingisnow.in.th

IT Digest: ทำไม MSN ต้องเปลี่ยนมาเป็นวินโดวส์ ไลฟ์ มีอะไรที่ดีกว่าเดิม

กมลภัทร: การเปลี่ยนชื่อบริการต่างๆ มาเป็นวินโดวส์ไลฟ์ นั่น มาจากกลยุทธ์ในการทำธุรกิจของบริษัทไมโครซอฟท์ เมื่อมีผลิตภัณฑ์ออกมาให้บริการมากขึ้น ขณะที่ตัวธุรกิจโฆษณาออนไลน์มีความสำคัญมาก ทำให้มีแนวความคิดต้องการให้บริการวินโดวส์ไลฟ์ต่าง มารวมอยู่ใต้ชายคาเดียวกัน ส่วนบางบริการที่คนเรียกกันติดปากไปแล้ว เช่น "เล่นเอ็ม" ที่หมายถึง เอ็มเอสเอ็น ก็ปล่อยให้เรียกต่อไปไม่บังคับ แต่ได้พยายามสื่อสารให้ตลาดได้รับทราบถึงการเป็นวินโดวส์ ไลฟ์

IT Digest: มองภาพรวมการใช้งานอินเทอร์เน็ตของคนไทย ขณะนี้ เป็นอย่างไรบ้าง

กมลภัทร: ภาพรวมการใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทย ที่ผ่านมามีปริมาณการใช้ที่เพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด ด้วยการขยายโครงสร้าบริการอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ ให้คนทั่วไปมีโอกาสใช้มากขึ้น คนที่ใช้เล่นแล้วติดใจ วัยรุ่นยุคนี้ก็เป็นรุ่นที่เติบโตมากับบริการ MSN หรือ ฮอตเมล์ ขณะเดียวกันการติดต่อสื่อสารในภาคธุรกิจ และราชการ ต่างหันมาใช้อีเมล์ หรือ บริการโปรแกรมสนทนา รวมถึงการเข้าไปอ่านข้อมูลตามเว็บไซต์ต่างๆ อาทิ ข่าว

เพราะแม้แต่สถานีโทรทัศน์ยังเปิดเว็บไซต์แปลข่าวมาเสนอ ดึงรูปวิดีโอจากอินเทอร์เน็ตมาออกอากาศ จุดนี้ยิ่งส่งเสริมวงการโฆษณาออนไลน์ เพราพิสูจน์แล้วว่า ไม่เป็นการทำแบบทิ้งๆ ขว้างๆ แต่ยังมีการตอบรับ เลือกกลุ่มเป้าหมายให้เข้าไปตรงจุด ด้วยงบที่ประหยัด ได้ข้อมูลของลุกค้าชัดเจน เปลี่ยนแปลงได้ตามสถานการณ์ ทำให้โฆษณาออนไลน์เป็นทางเลือกที่คุ้มค่าในการลงทุน

IT Digest: ทาง MSN มีโครงการจะนำเมล์เซิร์ฟเวอร์มาไว้เมืองไทย หรือไม่ เคยคุยกับทางไอเอสพีในเมืองไทยหรือยัง

กมลภัทร: เรื่องการตั้งเซิร์ฟเวอร์เมล์ภายในประเทศ เท่าที่ได้รับทราบมายังไม่มีแผนจะมา ตั้งที่ในประเทสไทย หรือในภูภาคเอเชีย แต่ยังคงใช้เซิร์ฟเวอร์หลักที่เมืองเรดมอนด์ สำนักงานใหญ่ของไมโครซอฟท์ ในการให้บริการวินโดวส์ไลฟ์แก่ทุกประเทศ เนื่องจากขณะนี้มีผู้ใช้งานฮอตเมล์ทั่วโลกกว่า 570 ล้านคน หรือประมาณ 50% ของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั่วโลก อีกทั้งการแบ่งแยกทรัพยากรกระจายออกในแต่ละที่ จะสร้างความยุ่งยากในการบริหารจัดการระบบ อย่างไรก็ตามไมโครซอฟทืได้สร้างจุดย่อยๆ อยู่ในแต่ละทวีปอยู่แล้ว จึงไม่มีความจำเป็นที่ต้องตั้งเซิร์ฟเวอร์ในประเทศไทย ขณะที่ความเร็วในการรับ-ส่งข้อมูล มีเพียงพอต่อการใช้งานของผู้ใช้งานในประเทศไทย อย่างเหลือเฟือเช่นกัน

IT Digest: การที่เปิดตัว Windows Live on Mobile จะช่วยทำให้พฤติกรรมการใช้งาน มือถือ ของคนไทยเปลี่ยนไปมาแค่ไหน และการใช้งานได้ทั้งบนคอมพิวเตอร์ และบนมือถือ มีข้อดีอย่างไร

กมลภัทร: บริการมือถือ วินโดวส์ ไลฟ์ ออน โมบายล์ ขณะนี้ คงยังตอบไม่ได้ว่าเปลี่ยนพฤติกรรมแต่จำนวนผู้ใช้งานที่เพิ่มขึ้น เมื่อคนรู้ว่ามีบริการนี้ขึ้นมา เขาก็จะหันมาใช้งานอย่างต่อเนื่อง เพราะเวลานี้มือถือมีความสามารถใช้งานโปรแกรมสนทนาได้ ทำให้การใช้งานบริการออนไลน์เหล่านี้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

IT Digest: มองว่าแนวโน้มของ Social Networking ของเมืองไทย อนาคตจะเติบโตไปแบบไหน อย่างไร แล้ว MSN จะมีส่วนร่วมอย่างไร


กมลภัทร: ตัว Social Network คนไทยชอบเล่น และเล่นหลากหลายค่ายด้วย แต่ต้องดูว่าประวัติของแต่ละคนเป็นอย่างไร เฟซบุ๊คก็เริ่มมีผู้ใช้งานมากขึ้น และเป็นมีระดับกว่าการเล่นไฮไฟว์ จึงเห็นได้ว่าการโฆษณาบนหน้าเฟซบุ๊คยังไม่มีเหมือนกับไฮไฟว์ ต่างจากเฟซบุ๊คในต่างประเทศ แต่ผลการลงโฆษณาในเว็บสังคมออนไลน์ยังไม่ชัดเจน คนไทยยังนิยมการสนทนา หรือ Chat มากกว่า การคลิกแบนเนอร์โฆษณา

สำหรับเว็บไซต์สังคมออนไลน์ในประเทศไทย หากในระยะยางในการพัฒนา ตามเว็บไซต์ต่างประเทศให้ทันจะดีมาก แต่คงจะมีขนาดคอมมูนิตี้ไม่เท่ากับเมืองนอก อาจจะต้องเกาะกระแสเว็บเมืองนอกที่ดังๆ เพราะการพัฒนาไปแบบเดี่ยวๆ ตามลำพังต้องใช้คนจำนวนมากธรรมชาติของนักพัฒนาไทยยังเป็นไปแบบ "ทำเอามัน" ทำเพื่อความสนุก ทำให้การทำธุรกิจไม่ค่อยดี ส่งผลกระทบระยะยาวในการทำวิจัยและพัฒนา อย่างไรก็ตามคนไทยยังมีโอกาสทำงานร่วมกับ MSN ได้บ้าง เพราะยังมีบางส่วนที่เปิดเครื่องมือให้นักพัฒนาได้ต่อยอดบริการร่วมกัน

IT Digest: ภาพรวมของโฆษณาออนไลน์ เมืองไทยปี 52 จะเป็นอย่างไร เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

กมลภัทร: เราเห็นภาพธุรกิจที่ชัดขึ้น หลังจากที่ผ่านมาเราหาลูกค้าที่จะใช้ช่องทางออนไลน์ยากมาก ต้องรอดูเอเยนซี่โฆษณาว่ามีงบเหลือมาทำโฆษณา หรือกิจกรรมบนช่องทางออนไลน์หรือไม่?

ขณะนี้ ทุกรายเริ่มให้ความสำคัญแล้ว เอเยนซี่โฆษณาบางรายตัดงบที่ใช้กับสื่อหลักทีวี วิทยุ สิ่งพิมพ์ มาลงกับช่องทางออนไลน์ในเม็ดเงินที่เท่าๆ กันกับสื่อทั่วไป โดยเมื่อคุยกับเอเยนซี่โฆษณาหลายๆ รายทุกคนมีความเห็นตรงกันว่า อินเทอร์เน็ตเป็นเทรนด์ที่กำลังมาแรง เพราะสามารถดึงดูดคนให้สนใจ และสร้างการรับรู้ต่อแบรนด์สินค้า หรือบริการนั้นๆ ได้มาก

สำหรับอุตสาหกรรมที่ใช้ช่องทางโฆษณาออนไลน์มากที่สุด คือ 1.กลุ่มสินค้าคอนซูมเมอร์ ที่มีสินค้าใหม่ๆ เปิดตัวมากขึ้น 2.สถาบันการเงิน ประกันภัย บัตรเครดิต และธนาคารพาณิชย์ 3.สินค้าเทคโนโลยี และ 4 บริการด้านโทรคมนาคม ทั้ง 4 กลุ่มนี้มีการเติบโตเพิ่มขึ้นทุกปี ดูได้จากรายได้ในไตรมาสที่ 3 ปีนี้ เท่ากับรายได้โฆษณาตลอดทั้งปี 2551 และส่วนมาก 70-80% จะเลือกใช้โฆษณาออนไลน์ต่อเนื่อง และมีหน้าใหม่ๆ ลองเข้ามาทำเป็นโครงการสั้น 1-2 ครั้งแต่อยากบอกว่าการใช้โฆษณาออนไลน์จะต้องวางแผนให้ต่อเนื่อง และมองถึงผลตอบรับระยะยาว

ดังนั้นภาพรวมถึงว่าธุรกิจโฆษณาออนไลน์ ค่อนข้างสดใสในประเทศไทย และป็นตัวที่แย่งชิงตลาดจากสื่อโฆษณาจากช่องทางทีวี วิทยุ หรือสิ่งพิมพ์ ขณะที่แนวโน้วสื่อใหม่ที่กำลังมาแรงอีกประเภท ที่น่าจะเข้ามาแย่งตลาดการโฆษณาบนอินเทอร์เน็ตได้ คือ ทีวีดาวเทียม ทำให้ผู้ให้บริการต่างเริ่มสนใจ แต่สื่อชนิดนี้ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น ขณะที่ออนไลน์กำลังเติบโต และเป็นศูนย์กลางอินเทอร์แอ็คทีฟกับผู้บริโภค

IT Digest: บนหน้าพอทัล MSN ขณะนี้ เนื้อหาอะไรที่ได้รับความสนใจจากผู้ใช้งานมากที่สุด และอะไรมาแรงน่าจับตา

กมลภัทร: เนื้อหาข่าวบันเทิงยังเป็นอันดับ 1 ที่มีผู้เข้าดูในหน้าเว็บพอทัล แต่ในช่วงที่มีสถานการณ์ทางการเมืองไม่สงบ ก็ทำให้เนื้อหาหมวดข่าวได้รับความนิยมเพิ่มสูงขึ้น รองลงมาเป็นหมวดไลฟ์สไตล์ และผู้หญิง เพราะเนื่องจากเป็นศูนย์รวมความบันเทิง ต่อมาจะเป็นหมวดฟุตบอล โดยพันธมิตรที่สนับสนุนคอนเทนท์มีเพิ่มขึ้นทุกปี และยังได้คอนเทนท์จากทั่วโลกที่ทางบริษัทแม่ ซื้อมาแล้วเอามาทำเป็นภาษาไทยด้วย หรือบางส่วนเป็นคอนเทนท์ที่ได้จากการแลกลิงค์ร่วมกัน

ต่อมาที่กำลังได้รับความนิยม คือ MSN VDO ที่ผู้ใช้งานสามารถโพสวิดีโอคลิปของตัวเองได้บนเว็บไซต์ เหมือนกับเว็บไซต์ยูว์ทูวป์ดอทคอม คือ บริการ "โซฟ บ็อกซ์" และวิดีโอจากต่างประเทศ ที่บางส่วนอาจจะมีโฆษณาแฝงมาโดยเรามีแผนจะเพิ่มคอนเทนท์วิดีโอในเมืองไทยมากขึ้น เพราะคอนเทนท์นี้ในต่างประเทศก็ได้การตอบรับดี ดังนั้นคอนเทนท์ในประเทศไทยก็น่าจะได้ความสนใจ ดึงทราฟฟิคได้มากพอสมควร

IT Digest: แผนการพัฒนาบริการบน Windows Live และ MSN ที่คนไทยจะได้เห็นในระยะเวลาอันใกล้

กมลภัทร: ในส่วนของการทำโฆษณาออนไลน์ MSN ได้เพิ่มรูปแบบการโฆษณาบนหน้าเว็บพอทัลในต่างประเทศ ด้วยการทำ สกินเนอร์ (Skinner) มาครอบหน้าเว็บเพจของเอ็มเอสเอ็น ถือเป็นพื้นที่โฆษณาใหม่ ที่ออกแบบมาไม่ให้รบกวนสายตาผู้ใช้งาน อีกรูปแบบที่เกิดตัวแล้ว คือ Half Banner จากพื้นที่เดิมขนาด 234x60 พิกเซล เป็น 300x250 พิกเซล และเป็น 300x600 พิกเซล ในต่างประเทศ และประเทศไทยการใช้พื้นที่ลักษณะนี้ได้การตอบรับที่ดีจากผู้ชม

และยังมีรูปแบบที่เป็น Side Kick ที่แบนเนอร์โฆษณาจะเตะออกมาทางซ้าย ช่วยให้ผู้ชมเห็นโฆณาแบบเต็มตา ส่วนผู้ที่ไม่ต้องการชม เลือกคลิ๊กปิดหน้าโฆษณาเหล่านี้ได้ ไม่เป็นการบกวนแต่อย่างใด ขณะเดียวกันมีเทคโนโลยีใหม่ ที่ใช้งานแล้วในต่างประเทศ เรียกว่า "แบนเนอร์ปลาดุก" หรือ Catfish ที่จะเป็นแบนเนอร์แอดอยู่บริเวณใต้หน้าเว็บเพจ ที่จะตามลงไปทุกครั้งที่มีการเลือเว็บขึ้น-ลงไปมา คาดว่าจะเข้ามาในเมืองไทยช่วยเดือน มิ.ย.2552 นี้

IT Digest: อยากฝากอะไร ถึงผู้อ่านไทยรัฐออนไลน์บ่าง


กมลภัทร: ขณะนี้ โลกออนไลน์เติบโตมากขึ้น และก้าวไปเร็วกว่าผู้ใช้ ดังนั้นผู้ใช้ต้องระวัง คำนึงถึงความปลอดภัยในการใช้งาน โดยเฉพาะเด็ก และเยาวชนไม่ควรเปิดเผยข้อมูลส่วนตัว หรือ แลกเบอร์โทรศัพท์กับคนแปลกหน้า หรือนัดเจอกัน เพราะอาจเกิดอันตราย หรือเกิดเหตุร้ายจากผู้ไม่หวังดี อยากให้เยาวชนใช้เว็บไซต์ที่ขาวสะอาด และใช้ให้มีประสิทธิภาพ เลือกเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาคุณภาพ เพื่อสร้างบรรทัดฐานในการสร้างเว็บไซต์ให้ดีขึ้น เกมออนไลน์แม้จะทำให้ผู้ใช้งานบรอดแบนด์เพิ่มขึ้นจริง แต่เชื่อว่าจะมีคนเล่นเกมออนไลน์มากในช่วงปิดเทอม ดังนั้นผู้ปกครองต้องเป็นหูเป็นตา พยายามดูว่าลูกๆ เลช่นเกมอะไร หรือ เข้าเว็บไซต์อะไร

เช่นเดียวกับ ธุรกิจออนไลน์ในวันนี้โฆษณาออนไลน์ หรือ ธุรกิจออนไลน์ ไม่ใช่ธุรกิจเสริม หรือ ตัวแถมอีกต่อไปแต่กลายเป็นสื่อหลักแล้ว ในอังกฤษเองมีการใช้สื่ออนไลน์ในธุรกิจถึง 18% เท่ากับว่ายืนยันถึงการเติบโต นักโฆษณารุ่นใหม่ๆ ก็น่าจะลองใช้ช่องทางออนไลน์ แต่ต้องมีการทำอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างผลตอบรับที่ชัดเจน และยังต้องคิดรูปแบบการนำเสนอให้น่าสนใจ สะดุดตาคนดูทันทีที่ได้เห็น
 
http://www.thairath.co.th/content/tech/3261



Windows Live™: Keep your life in sync. Check it out.

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น