| |
 |  | พระราชวังพญาไท เมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระราชวังสวนดุสิตเสร็จสิ้นแล้วพระองค์ก็ได้เสด็จฯ มาประทับที่พระราชวังนี้อยู่เป็นประจำ และได้ทอดพระเนตรเห็นทุ่งนา และสวนริมคลองสามเสนที่เรียกว่า "ทุ่งพญาไท" หรือต้นถนนราชวิถีด้านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิในปัจจุบันก็ทรงเห็นว่าเป็นทำเลดีที่เหมาะสำหรับทรงพระสำราญใช้ชีวิตในแบบชาวชนบท คลายความเคร่งเครียดจากการงาน จึงโปรดเกล้าฯ ให้ซื้อที่บริเวณนั้นประมาณ 100 ไร่ แล้วสร้างตำหนักขึ้นสำหรับเสด็จประพาส ในปี พ.ศ.2452 โดยพระราชทานนามว่า "ตำหนักพญาไท" และกลายเป็น "วังพญาไท" ในเวลาต่อมา
วังพญาไทแห่งนี้ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถได้ทรงทดลองปลูกธัญพืชชนิดต่างๆ ได้ริเริ่มทำนา ทำสวนครัว เลี้ยงไก่เล็กฮอน (Lekhorn) เพื่อเป็นแนวทางให้ผู้อื่นปฏิบัติตาม และทั้งสองพระองค์จะเสด็จฯ มาประทับที่วังนี้เป็นประจำในช่วงสุดสัปดาห์ เมื่อบ่อยเข้าก็ทรงโปรดเกล้าฯ ให้จัดพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ขึ้นที่ทุ่งนาในวังพญาไทนี้เป็นครั้งแรก โดยมีโรงพระราชพิธีอยู่ทางฝั่งใต้ของถนนซังฮี้ ตรงข้ามกับตำหนัก ทรงเรียกโรงพระราชพิธีนี้ว่า "โรงนา" เมื่อถึงฤดูทำนาสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงศ์ก็จะทรงดำนาด้วยพระองค์เองเป็นการประเดิมชัยให้กับเกษตรกรทั่วไป
เมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จสวรรคตในวันที่ 23 ตุลาคม พ.ศ.2453 สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถได้เสด็จฯ มาประทับที่วังพญาไทนี้เป็นการถาวร พร้อมด้วยพระประยูรญาติที่ตามเสด็จอีกหลายพระองค์ จึงได้มีการปรับปรุงโรงนาให้เป็นตำหนักที่ประทับอีกหลังหนึ่งสำหรับบรรดาผู้ตามเสด็จ
จนเมื่อสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถได้เสด็จสวรรคตในวันที่ 20 ตุลาคม พ.ศ.2462 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวก็ได้โปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระราชมณเฑียรขึ้นใหม่เพื่อเป็นที่ประทับของพระองค์ โดยรื้อพระตำหนักที่ประทับของสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ ออกทั้งหมดยกเว้นท้องพระโรง พระตำหนักบางส่วนได้นำไปสร้างไว้ที่ โรงเรียนวชิราวุธ และบางส่วนได้นำไปสร้างเป็นกุฏิเจ้าอาวาสวัดราชาธิวาสอุทิศส่วนกุศลถวายสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ แล้วยกฐานะจากวังพญาไท เป็น "พระราชวังพญาไท" เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบรมราชชนกนาถและพระบรมราชชนนีเมื่อ พ.ศ.2464 แล้วมีการเฉลิมพระราชมณเฑียรที่สร้างใหม่เมื่อ พ.ศ.2465 และเสด็จมาประทับที่พระราชวังพญาไทนี้เป็นส่วนใหญ่ จนเสด็จสวรรคตในอีก 3 ปีต่อมาเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ.2468
สิ่งก่อสร้างภายในพระราชวังพญาไทแบ่งออกเป็น 2 ช่วง คือ ช่วงที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างไว้ และช่วงที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระราชมณเฑียรสถานขึ้นใหม่ ซึ่งทั้งสองช่วงนี้มีความแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง กล่าวคือ
 | สวนโรมัน ในช่วงแรกนั้นสิ่งก่อสร้างต่างๆ ยังมีไม่มากนัก และยังเป็นแบบเรียบง่าย มีทางระบายน้ำจากคลองสามเสนมาสู่ทุ่งพญาไท ที่ชาวบ้านเรียกกันว่า "คลองพญาไท" เป็นเส้นแบ่งเขตพระราชฐาน โดยพระตำหนักพญาไทซึ่งเป็นที่ประทับและห้องบรรทม ที่เรียกว่า "ห้องบรรทมขาว" ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของคลองและตำหนักฝ่ายใน ห้องเครื่องและเรือนข้าหลวงหรือ "เรือนเขียว" ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของคลอง ส่วนฝั่งตรงข้ามถนนซังฮี้เป็นที่นาและโรงนา ที่ทิศตะวันตกของสนามหน้าท้องพระโรง ริมคลองพญาไท เป็นที่ตั้งเรือนไม้ชั้นเดียว ฝาบุกระดาษ มีบานประตูเลื่อน สร้างตามแบบญี่ปุ่นทั้งหมดจึงเรียก "พระตำหนักญี่ปุ่น" นอกจากนั้น ยังมีเรือนพักข้าราชบริพารพร้อมทั้งกรมทหารราชองครักษ์ตั้งอยู่ริมประตูทางเข้า - ออก
ครั้นเมื่อสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถได้เสด็จฯ มาประทับที่พระราชวังนี้แล้ว รัชกาลที่ 6 ได้โปรดเกล้าฯ ให้สร้าง พระที่นั่งเทวราชสภารมย์ หรือที่เรียกกันว่า ท้องพระโรง "สผ" เพิ่มขึ้นใช้เป็นที่ประกอบพระราชพิธีทางศาสนาในวันพระราชกุศลต่างๆ ในวันธรรมดาก็เป็นที่รับรองแขกส่วนพระองค์ บางครั้งก็เป็นโรงละคร โรงภาพยนตร์ตามแต่โอกาส ท้องพระโรง "สผ" ตั้งอยู่ใกล้ๆ กับพระตำหนัก และมีเรือนกรมวัง เรือนมหาดเล็ก เรือนแพทย์หลวง ฯลฯ ตั้งอยู่ทางด้านหลังของท้องพระโรง
ในช่วงที่สองเมื่อเป็นพระราชมณเฑียรสถานที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวแล้ว พระองค์ทรงโปรดเกล้าฯ ให้รื้อพระตำหนักที่ประทับของสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ ออกจนหมดเหลือไว้เพียง พระที่นั่งเทวราชสภารมย์ หรือท้องพระโรง "สผ" เพียงแห่งเดียว แล้วสร้างพระที่นั่งขึ้นใหม่ที่ด้านหลังของพระตำหนักองค์เดิม ทำให้ท้องพระโรง "สผ" ซึ่งเดิมเคยตั้งอยู่ข้างพระตำหนัก กลายเป็นตั้งอยู่ด้านหน้าของพระที่นั่งที่สร้างขึ้นใหม่ ดังนั้นจึงแบ่งพื้นที่ใหม่ โดยแบ่งพื้นที่ด้านริมถนนทั้งหมดเป็นเขตฝ่ายหน้า ส่วนท้องพระโรง "สผ" และพระที่นั่งใหม่เป็นเขตฝ่ายใน ด้านหลังพระที่นั่งจัดเป็นสวนแบบเรขาคณิต เรียกว่า "สวนโรมัน" และขุดสระน้อยใหญ่เชื่อมต่อจากคลองพญาไท จัดภูมิทัศน์ให้ร่มรื่นที่ด้านหลังของพระที่นั่ง
 | เมืองดุสิตธานี ขณะเดียวกันก็โปรดเกล้าฯ ให้ย้ายเมืองจำลองที่เรียกว่า "เมืองดุสิตธานี" จากพระราชวังดุสิตมาตั้งไว้ที่ด้านหลังของพระราชมณเฑียรที่ประทับ กินเนื้อที่ประมาณ 2 ไร่เศษ และโปรดเกล้าฯ ให้สร้างศาลเทพารักษ์ทำนองเดียวกับศาลพระภูมิประจำบ้าน โดยหล่อแบบ ท้าวหิรันยพนาสูร (ฮู) ให้เป็นเทพารักษ์ประจำวัง เรียกว่า "ศาลท้าวหิรันย์" ทำพิธีบวงศรวงครั้งแรกไปเมื่อเดือนกรกฎาคม พ.ศ.2465
พระราชมณเฑียรที่สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 6 ที่ยังคงหลงเหลืออยู่จนถึงปัจจุบันนั้น ประกอบไปด้วยพระที่นั่ง 5 องค์ คือ พระที่นั่งไวกูณฐเทพยสถาน พระที่นั่งพิมานจักรี พระที่นั่งศรีสุทธินิวาส พระที่นั่งเทวราชสภารมย์ และพระที่นั่งอุดมวนาภรณ์ ส่วนตำหนักฝ่ายหน้าและฝ่ายในที่รื้อถอนไปหมดแล้วคือ ตำหนักสุครีพทรงยศ ตำหนักองคตฤทธิรุท และตำหนักวายุบุตรใจหาญ เป็นตำหนักฝ่ายหน้า ตำหนักเมขลารูจี ตำหนักอุรวดีโสภา ตำหนักเมนะบังอร เป็นตำหนักฝ่ายใน ซึ่งปัจจุบันก็เหลือแต่เพียง "ตำหนักเมขลารูจี" แต่เพียงองค์เดียวเท่านั้น แต่ก็อยู่ในสภาพที่ทรุดโทรดเต็มทีแล้ว ซึ่งภายในเขตพระราชวังพญาไท เป็นสถาปัตยกรรมแบบยุโรป ประกอบไปด้วย
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงประทับอยู่ที่พระราชวังพญาไทได้เพียงแค่ 3 ปี ก็เสด็จสวรรคต เมื่อ พ.ศ.2468 หลังจากนั้นพระราชวังพญาไทก็ไม่ได้ใช้เป็นวังที่ประทับอีกต่อไป ในสมัยรัชกาลที่ 7 การรถไฟแห่งประเทศไทยได้ขอเช่าโดยดัดแปลงเป็น "โรงแรมพญาไท" และต่อมาก็เปลี่ยนเป็น "สถานีวิทยุกระจายเสียงกรุงเทพฯ" ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่มีการถ่ายทอดเสียงทางวิทยุในประเทศไทย แต่ดำเนินการได้อยู่เพียง 2 ปี ก็ถูกยกเลิกหลังเกิดการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองในปีพ.ศ.2475 จากนั้น จึงได้พระราชทานให้แก่กองทัพบกเพื่อสร้างเป็นสถานพยาบาล ซึ่งก็คือ "โรงพยาบาลมงกุฎเกล้า" ในปัจจุบัน ต่อมาเมื่อ พ.ศ.2515 ได้มีการสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวขนาดเท่าพระองค์จริง ทรงเครื่องจอมทัพไทย ประดิษฐานอยู่ที่หน้าห้องรับรองของโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า
 | 315 ถนนราชวิถี แขวงพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร 10400 |  | 0-2246-1400-17 |  | 0-2246-7876 |  | จันทร์ - ศุกร์ เวลา 08.30 - 16.30 น. |  | สาย 8, 12, 14, 18, 28, 92, 97, 108 |  | บริเวณภายในโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า |  | การถ่ายภาพภายในอาคารต้องขออนุญาตก่อน |  | โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า, โรงพยาบาลราชวิถี, สวนสันติภาพ, อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ |  | การเข้าชมเป็นหมู่คณะต้องทำหนังสือขออนุญาตถึงผู้อำนวยการศูนย์การแพทย์ฯ ล่วงหน้า 1 สัปดาห์
|  | คลิกดูแผนที่ตั้งของพระราชวังพญาไท
| | | https://www.myfirstbrain.com/AroundTheCity_View.aspx?Id=56087 |
Hotmail® has ever-growing storage! Don't worry about storage limits.
Check it out.
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น