| |
 |  |
ลานพระราชวังดุสิต หรือเรียกโดยทั่วไปว่า ลานพระบรมรูปทรงม้า (The Royal Plaza) เป็นลานกว้าง อยู่ด้านหน้าของพระที่นั่งอนันตสมาคมและสวนอัมพร ในเขตพระราชวังดุสิต ถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร และเป็นที่ตั้งของ พระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว หรือ พระบรมรูปทรงม้า
การสร้าง "พระบรมรูปทรงม้า" นั้น สืบเนื่องมาจาก 2 กรณีประกอบกัน คือ กรณีที่ 1 เวลานั้นพระองค์ทรงคิดแผนผังสนามขนาดใหญ่ เพื่อเชื่อมถนนราชดำเนินที่สร้างเสร็จแล้วกับพระที่นั่งอนันตสมาคมที่กำลังสร้าง กรณีที่ 2 อีกปีเศษจะถึงอภิลักขิตมงคล ซึ่งพระองค์จะทรงครองราชย์ยืนนานยิ่งกว่าพระมหากษัตริย์ทุกพระองค์ในประวัติศาสตร์ไทย ในขณะนั้น จึงควรจะมีการสมโภชเป็นงานใหญ่ และได้ดำรัสสั่งให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช (พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว) ซึ่งขณะนั้นเป็นผู้สำเร็จราชการรักษาพระนคร เป็นประธานในการจัดงานสมโภช เนื่องจากพระองค์ยังทรงอยู่ระหว่างการเสด็จประพาสยุโรป ครั้งที่ 2 เมื่อปี พ.ศ.2450 โดยใช้ชื่อการจัดงานครั้งนี้ว่า "พระราชพิธีรัชมังคลาภิเษก"
สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช และคณะเสนาบดี มีความเห็นพ้องกันว่า เนื่องจากเป็นพระราชพิธีมหามงคล ที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน จึงควรที่จะชักชวนให้ประชาชนชาวไทยทั่วประเทศได้มีโอกาสบริจาคทรัพย์ ตามกำลังเพื่อทูลเกล้าฯ ถวายเป็นเงินเฉลิมพระขวัญ หรือที่เรียกกันโดยสามัญว่า "ทำขวัญ" แล้วแต่จะทรงใช้สอยเงินนั้นตามพระราชหฤทัย นอกจากนี้แล้วยังมีเสนาบดีบางคนเห็นว่า ควรจะสร้างสิ่งอันใดไว้เป็นอนุสรณ์เฉลิมพระเกียรติด้วย ซึ่งข้อตกลงนี้ เห็นควรให้รอมติต่อเมื่อรู้ยอดเงินเฉลิมพระขวัญเสียก่อน
ในขณะเดียวกัน ก็ได้ทราบข่าวว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 เสด็จไปทอดพระเนตรพระราชวังแวร์ซาย ณ ประเทศฝรั่งเศส และสนพระทัยพระรูปพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ทรงม้า หล่อด้วยทองสัมฤทธิ์ ซึ่งตั้งอยู่ที่ลานข้างพระราชวัง ทรงปรารภว่า ถ้ามีพระบรมรูปทรงม้าของพระองค์ตั้งไว้ในสนามที่ถนนราชดำเนิน เชื่อมกับพระที่นั่งอนันตสมาคมคงจะสง่างามดี เหมือนเช่นที่มักมีกันตามประเทศต่างๆ ในยุโรป สืบราคาสร้างพระบรมรูปเช่นนั้นว่าราว 200,000 บาท ในขณะนั้น
คณะกรรมการ จึงสำรวจยอดเงินเฉลิมพระขวัญปรากฏว่า มีประชาชนยินดีถวายเป็นจำนวนมาก รวมทั้งสิ้นประมาณ 1 ล้าน 2 แสนบาท เสนาบดีจึงลงมติ แล้วสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช กราบทูลขอถวายพระบรมรูปทรงม้านั้น เป็นของขวัญทูลเกล้าฯ จากประชาชนชาวไทย สนองพระมหากรุณาธิคุณในพระราชพิธีรัชมังคลาภิเษก ก็โปรดพระราชทานพระบรมราชานุญาต จึงปรากฏพระบรมรูปทรงม้าขึ้น ณ พระลานพระที่นั่งอนันตสมาคมขึ้น โดยได้สร้างแล้วเสร็จพร้อมกราบบังคมทูลถวายฯ เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ.2451
 | พระบรมรูปทรงม้า ซึ่งอยู่ระหว่างการปั้น ในสตูดิโอที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส
สำหรับเงินเฉลิมพระขวัญ ที่เหลือจากการสร้างพระบรมรูปทรงม้าอีกประมาณเกือบ 1 ล้านบาท ก็นำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายตามมติเดิม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 ทรงพระราชดำริว่า จะนำเงินนั้นไปใช้ประการใด เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนชาวไทย เพื่อสนองคุณความกตัญญูกตเวที ที่มีต่อพระองค์นั้น ยังไม่ทันตกลงว่าจะทำประการใด ก็เสด็จสวรรคตเสียก่อน พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 จึงทรงดำเนินการตามพระราชประสงค์ของพระองค์ โดยโปรดให้ใช้เงินเฉลิมพระขวัญที่ยังเหลืออยู่ก่อตั้ง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
สำหรับองค์พระบรมรูปทรงม้านั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ได้เสด็จไปทำการตกลง และเลือกชนิดโลหะด้วยพระองค์เอง อีกทั้งยังทรงเสด็จไปประทับ ให้ช่างปั้นชื่อ จอร์จ เซาโล ปั้น เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม พ.ศ.2450 ขณะเสด็จประทับอยู่ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งพระรูปมีขนาดโตเท่าพระองค์จริง เสด็จประทับอยู่บนหลังม้าพระที่นั่ง โดยม้าพระที่นั่งนั้นมิใช่ปั้นจากแบบม้าพระที่นั่งจริง แต่เป็นม้าที่บริษัทได้ปั้นเป็นแบบเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว
พระบรมรูปทรงม้าหล่อด้วยโลหะทองบรอนซ์ วางบนแท่นศิลาอ่อน สูง 6 เมตร กว้าง 2 เมตร ยาว 5 เมตร ห่างจากฐานของแท่นออกมา มีโซ่ขึงล้อมรอบกว้าง 9 เมตร ยาว 11 เมตร ตรงฐานด้านขวามีอักษรฝรั่งเศสจารึกชื่อช่างปั้น และช่างหล่อชาวไว้ว่า C.MASSON SEULP 1980 และ G.Paupg Statuare และด้านซ้ายเป็นชื่อบริษัทที่ทำการหล่อพระบรมรูปทรงม้าว่า SUSSF Fres FONDEURS. PARIS สำหรับแท่นศิลาอ่อนด้านหน้า มีแผ่นโลหะจารึกอักษรไทย ติดประดับแสดงพระบรมราชประวัติและพระเกียรติคุณ ลงท้ายด้วยคำถวายพระพรให้ทรงดำรงราชสมบัติอยู่ยืนนาน
ครั้นเมื่อเสด็จสวรรคตแล้ว พสกนิกรใคร่จะให้มีการถวายบังคมพระบรมรูป จึงได้ทูลเกล้าฯ ขอพระบรมราชานุญาตต่อพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่ พระองค์ทรงเห็นชอบด้วย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีวันนักขัตฤกษ์ สำหรับให้ประชาชนถวายบังคมพระบรมรูปทรงม้าเป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ.2455 ต่อมาจึงเปลี่ยนวันถวายบังคมเป็นวันที่ 23 ตุลาคม อันเป็นวันคล้ายวันสวรรคต ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ในปัจจุบันถึงแม้มิใช่วันที่ 23 ตุลาคม ก็จะมีประชาชนจำนวนมาก พากันไปสักการบูชา ที่ลานพระบรมรูปอยู่เสมอโดยเฉพาะในวันอังคาร ซึ่งตรงกับวันพระราชสมภพของพระองค์ โดยมีความเชื่อว่า จะเสมือนหนึ่งไปรอเฝ้ารัชกาลที่ 5 โดยในเวลา 4 ทุ่ม พระองค์ท่านจะเสด็จมาประทับ ณ พระบรมรูปทรงม้าด้วย สิ่งที่นิยมใช้สักการบูชา คือ ดอกกุหลาบสีชมพู เนื่องจากมีความเชื่อว่า ดอกกุหลาบที่มีความงามและมีหนามแหลมคม (คืออำนาจ) หากนำมาบูชา จะทำให้ผู้บูชามีอำนาจ และสีชมพูยังเป็นสีของวันอังคาร (วันพระราชสมภพ)
นอกจากนี้ ประชาชนบางคนยังนิยมจัดเป็นโต๊ะบูชา ส่วนใหญ่ประกอบด้วย บายศรี หมากพลู บุหรี่ เหล้า/ไวน์ สตางค์ น้ำมนต์ เชิงเทียน กระถางธูป ฯลฯ ซึ่งถือเป็นการจัดอย่างบูชา "เทพ" ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเ ปรียบพระองค์เสมือนดั่งเทพยดา ที่ปกปักษ์รักษาประเทศชาติ และราษฎรให้อยู่รอดปลอดภัย และเจริญก้าวหน้ามาโดยตลอด
 | ลานพระที่นั่งอนันตสมาคม แขวงดุสิต เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร 10303 |  | 0-2475-4117, 0-2466-9355 |  | 0-2466-9355 |  | สาย 16, 18, 23, 70, 72, 503, 505, 509 |  | บริเวณด้านหน้าสวนอัมพร |  | สามารถถ่ายรูปได้ |  | พระตำหนักสวนจิตรลดารโหฐาน, พระที่นั่งวิมานเมฆ, พระที่นั่งอนันตสมาคม, พระที่นั่งอัมพรสถาน, พิพิธภัณฑ์กองทัพบก, พิพิธภัณฑ์ฯ เครื่องราชอิสริยาภรณ์ฯ, พิพิธภัณฑ์ฯ ช้างต้น, ราชตฤณมัยสมาคมฯ, รัฐสภา, วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม, วังปารุสกวัน, สวนสัตว์ดุสิต, สวนอัมพร, สนามมวยราชดำเนิน, หมุดคณะราษฎร์ |  | คลิกดูแผนที่ตั้งของพระบรมรูปทรงม้า
| | |  | https://www.myfirstbrain.com/AroundTheCity_View.aspx?Id=56067 | |
Hotmail® has a new way to see what's up with your friends.
Check it out.
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น