วันอาทิตย์ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

พระบรมรูปทรงม้า

พระบรมรูปทรงม้า


ลานพระราชวังดุสิต หรือเรียกโดยทั่วไปว่า ลานพระบรมรูปทรงม้า (The Royal Plaza) เป็นลานกว้าง อยู่ด้านหน้าของพระที่นั่งอนันตสมาคมและสวนอัมพร ในเขตพระราชวังดุสิต ถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร และเป็นที่ตั้งของ พระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว หรือ พระบรมรูปทรงม้า

การสร้าง "พระบรมรูปทรงม้า" นั้น สืบเนื่องมาจาก 2 กรณีประกอบกัน คือ กรณีที่ 1 เวลานั้นพระองค์ทรงคิดแผนผังสนามขนาดใหญ่ เพื่อเชื่อมถนนราชดำเนินที่สร้างเสร็จแล้วกับพระที่นั่งอนันตสมาคมที่กำลังสร้าง กรณีที่ 2 อีกปีเศษจะถึงอภิลักขิตมงคล ซึ่งพระองค์จะทรงครองราชย์ยืนนานยิ่งกว่าพระมหากษัตริย์ทุกพระองค์ในประวัติศาสตร์ไทย ในขณะนั้น จึงควรจะมีการสมโภชเป็นงานใหญ่ และได้ดำรัสสั่งให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช (พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว) ซึ่งขณะนั้นเป็นผู้สำเร็จราชการรักษาพระนคร เป็นประธานในการจัดงานสมโภช เนื่องจากพระองค์ยังทรงอยู่ระหว่างการเสด็จประพาสยุโรป ครั้งที่ 2 เมื่อปี พ.ศ.2450 โดยใช้ชื่อการจัดงานครั้งนี้ว่า "พระราชพิธีรัชมังคลาภิเษก"

สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช และคณะเสนาบดี มีความเห็นพ้องกันว่า เนื่องจากเป็นพระราชพิธีมหามงคล ที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน จึงควรที่จะชักชวนให้ประชาชนชาวไทยทั่วประเทศได้มีโอกาสบริจาคทรัพย์ ตามกำลังเพื่อทูลเกล้าฯ ถวายเป็นเงินเฉลิมพระขวัญ หรือที่เรียกกันโดยสามัญว่า "ทำขวัญ" แล้วแต่จะทรงใช้สอยเงินนั้นตามพระราชหฤทัย นอกจากนี้แล้วยังมีเสนาบดีบางคนเห็นว่า ควรจะสร้างสิ่งอันใดไว้เป็นอนุสรณ์เฉลิมพระเกียรติด้วย ซึ่งข้อตกลงนี้ เห็นควรให้รอมติต่อเมื่อรู้ยอดเงินเฉลิมพระขวัญเสียก่อน

ในขณะเดียวกัน ก็ได้ทราบข่าวว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 เสด็จไปทอดพระเนตรพระราชวังแวร์ซาย ณ ประเทศฝรั่งเศส และสนพระทัยพระรูปพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ทรงม้า หล่อด้วยทองสัมฤทธิ์ ซึ่งตั้งอยู่ที่ลานข้างพระราชวัง ทรงปรารภว่า ถ้ามีพระบรมรูปทรงม้าของพระองค์ตั้งไว้ในสนามที่ถนนราชดำเนิน เชื่อมกับพระที่นั่งอนันตสมาคมคงจะสง่างามดี เหมือนเช่นที่มักมีกันตามประเทศต่างๆ ในยุโรป สืบราคาสร้างพระบรมรูปเช่นนั้นว่าราว 200,000 บาท ในขณะนั้น

คณะกรรมการ จึงสำรวจยอดเงินเฉลิมพระขวัญปรากฏว่า มีประชาชนยินดีถวายเป็นจำนวนมาก รวมทั้งสิ้นประมาณ 1 ล้าน 2 แสนบาท เสนาบดีจึงลงมติ แล้วสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช กราบทูลขอถวายพระบรมรูปทรงม้านั้น เป็นของขวัญทูลเกล้าฯ จากประชาชนชาวไทย สนองพระมหากรุณาธิคุณในพระราชพิธีรัชมังคลาภิเษก ก็โปรดพระราชทานพระบรมราชานุญาต จึงปรากฏพระบรมรูปทรงม้าขึ้น ณ พระลานพระที่นั่งอนันตสมาคมขึ้น โดยได้สร้างแล้วเสร็จพร้อมกราบบังคมทูลถวายฯ เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ.2451

พระบรมรูปทรงม้า ซึ่งอยู่ระหว่างการปั้น
ในสตูดิโอที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส

สำหรับเงินเฉลิมพระขวัญ ที่เหลือจากการสร้างพระบรมรูปทรงม้าอีกประมาณเกือบ 1 ล้านบาท ก็นำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายตามมติเดิม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 ทรงพระราชดำริว่า จะนำเงินนั้นไปใช้ประการใด เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนชาวไทย เพื่อสนองคุณความกตัญญูกตเวที ที่มีต่อพระองค์นั้น ยังไม่ทันตกลงว่าจะทำประการใด ก็เสด็จสวรรคตเสียก่อน พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 จึงทรงดำเนินการตามพระราชประสงค์ของพระองค์ โดยโปรดให้ใช้เงินเฉลิมพระขวัญที่ยังเหลืออยู่ก่อตั้ง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

สำหรับองค์พระบรมรูปทรงม้านั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ได้เสด็จไปทำการตกลง และเลือกชนิดโลหะด้วยพระองค์เอง อีกทั้งยังทรงเสด็จไปประทับ ให้ช่างปั้นชื่อ จอร์จ เซาโล ปั้น เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม พ.ศ.2450 ขณะเสด็จประทับอยู่ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งพระรูปมีขนาดโตเท่าพระองค์จริง เสด็จประทับอยู่บนหลังม้าพระที่นั่ง โดยม้าพระที่นั่งนั้นมิใช่ปั้นจากแบบม้าพระที่นั่งจริง แต่เป็นม้าที่บริษัทได้ปั้นเป็นแบบเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว

พระบรมรูปทรงม้าหล่อด้วยโลหะทองบรอนซ์ วางบนแท่นศิลาอ่อน สูง 6 เมตร กว้าง 2 เมตร ยาว 5 เมตร ห่างจากฐานของแท่นออกมา มีโซ่ขึงล้อมรอบกว้าง 9 เมตร ยาว 11 เมตร ตรงฐานด้านขวามีอักษรฝรั่งเศสจารึกชื่อช่างปั้น และช่างหล่อชาวไว้ว่า C.MASSON SEULP 1980 และ G.Paupg Statuare และด้านซ้ายเป็นชื่อบริษัทที่ทำการหล่อพระบรมรูปทรงม้าว่า SUSSF Fres FONDEURS. PARIS สำหรับแท่นศิลาอ่อนด้านหน้า มีแผ่นโลหะจารึกอักษรไทย ติดประดับแสดงพระบรมราชประวัติและพระเกียรติคุณ ลงท้ายด้วยคำถวายพระพรให้ทรงดำรงราชสมบัติอยู่ยืนนาน

ครั้นเมื่อเสด็จสวรรคตแล้ว พสกนิกรใคร่จะให้มีการถวายบังคมพระบรมรูป จึงได้ทูลเกล้าฯ ขอพระบรมราชานุญาตต่อพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่ พระองค์ทรงเห็นชอบด้วย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีวันนักขัตฤกษ์ สำหรับให้ประชาชนถวายบังคมพระบรมรูปทรงม้าเป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ.2455 ต่อมาจึงเปลี่ยนวันถวายบังคมเป็นวันที่ 23 ตุลาคม อันเป็นวันคล้ายวันสวรรคต ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

ในปัจจุบันถึงแม้มิใช่วันที่ 23 ตุลาคม ก็จะมีประชาชนจำนวนมาก พากันไปสักการบูชา ที่ลานพระบรมรูปอยู่เสมอโดยเฉพาะในวันอังคาร ซึ่งตรงกับวันพระราชสมภพของพระองค์ โดยมีความเชื่อว่า จะเสมือนหนึ่งไปรอเฝ้ารัชกาลที่ 5 โดยในเวลา 4 ทุ่ม พระองค์ท่านจะเสด็จมาประทับ ณ พระบรมรูปทรงม้าด้วย สิ่งที่นิยมใช้สักการบูชา คือ ดอกกุหลาบสีชมพู เนื่องจากมีความเชื่อว่า ดอกกุหลาบที่มีความงามและมีหนามแหลมคม (คืออำนาจ) หากนำมาบูชา จะทำให้ผู้บูชามีอำนาจ และสีชมพูยังเป็นสีของวันอังคาร (วันพระราชสมภพ)

นอกจากนี้ ประชาชนบางคนยังนิยมจัดเป็นโต๊ะบูชา ส่วนใหญ่ประกอบด้วย บายศรี หมากพลู บุหรี่ เหล้า/ไวน์ สตางค์ น้ำมนต์ เชิงเทียน กระถางธูป ฯลฯ ซึ่งถือเป็นการจัดอย่างบูชา "เทพ" ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเ ปรียบพระองค์เสมือนดั่งเทพยดา ที่ปกปักษ์รักษาประเทศชาติ และราษฎรให้อยู่รอดปลอดภัย และเจริญก้าวหน้ามาโดยตลอด






ข้อมูลเพิ่มเติม

ที่อยู่ ลานพระที่นั่งอนันตสมาคม แขวงดุสิต เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร 10303
โทรศัพท์ 0-2475-4117, 0-2466-9355
โทรสาร 0-2466-9355
รถประจำทาง สาย 16, 18, 23, 70, 72, 503, 505, 509
ที่จอดรถ บริเวณด้านหน้าสวนอัมพร
การถ่ายรูป สามารถถ่ายรูปได้
สถานที่ใกล้เคียง พระตำหนักสวนจิตรลดารโหฐาน, พระที่นั่งวิมานเมฆ, พระที่นั่งอนันตสมาคม, พระที่นั่งอัมพรสถาน, พิพิธภัณฑ์กองทัพบก, พิพิธภัณฑ์ฯ เครื่องราชอิสริยาภรณ์ฯ, พิพิธภัณฑ์ฯ ช้างต้น, ราชตฤณมัยสมาคมฯ, รัฐสภา, วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม, วังปารุสกวัน, สวนสัตว์ดุสิต, สวนอัมพร, สนามมวยราชดำเนิน, หมุดคณะราษฎร์
แผนที่ คลิกดูแผนที่ตั้งของพระบรมรูปทรงม้า
https://www.myfirstbrain.com/AroundTheCity_View.aspx?Id=56067


Hotmail® has a new way to see what's up with your friends. Check it out.

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น