วันอาทิตย์ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

"มหาวิทยาลัยศิลปากร"

มหาวิทยาลัยศิลปากร

"มหาวิทยาลัยศิลปากร" ตอนเริ่มต้นของการก่อตั้ง บริเวณประตูทางเข้ากรมศิลปากร ถนนหน้าพระธาตุ


มหาวิทยาลัยศิลปากร ตั้งอยู่ในพื้นที่กรุงรัตนโกสินทร์ชั้นใน ตรงข้ามพระบรมมหาราชวัง มีพื้นที่ประมาณ 8 ไร่ เดิมเป็นที่ประทับของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ เลขที่ 31 ถนนหน้าพระลาน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร มีจุดเริ่มต้นจากการจัดตั้ง โรงเรียนประณีตศิลปกรรม ตามพระราชกฤษฎีกาเมื่อปี พ.ศ.2476 ผู้เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงที่สำคัญมีอยู่สองท่านคือ ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ประติมากรชาวอิตาเลียน ซึ่งเข้ามารับราชการในประเทศไทยตั้งแต่ พ.ศ.2466 ตามพระราโชบายของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ในการพัฒนางานศิลปกรรมในประเทศไทย อีกท่านหนึ่งคือ พระสาโรจน์ รัตนนิมมานก์ (สาโรช สุขยางค์) ซึ่งสำเร็จการศึกษาวิชาสถาปัตยกรรมด้านผังเมืองจากมหาวิทยาลัยลิเวอร์พูล ประเทศอังกฤษ

โรงเรียนประณีตศิลปกรรมเมื่อแรกตั้งอยู่ในบริเวณวังกลางและวังตะวันออก อันเป็นบริเวณที่ตั้งของคณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ คณะสถาปัตยกรรมไทย และส่วนหนึ่งของคณะมัณฑนศิลป์ บริเวณดังกล่าวแต่เดิมเป็นหน่วยงานของกรมศิลปากร และปัจจุบันก็เป็นส่วนหนึ่งของที่ว่าการกรมศิลปากรและโรงหล่อ ที่รวมอยู่กับกรมศิลปากรในเบื้องต้นนั้น เพราะว่าโรงเรียนประณีตศิลปกรรมอยู่ในสังกัดของกรมศิลปากร

ประตูด้านถนนหน้าพระลาน

ต่อมาในปี พ.ศ.2478 โรงเรียนปราณีตศิลปกรรม และโรงเรียนนาฏดุริยางคศาสตร์ได้รวมกันและเปลี่ยนชื่อใหม่ว่า โรงเรียนศิลปากร ซึ่งมีศาสตราจารย์ ศิลป์ พีระศรี เป็นผู้อำนวยการ โรงเรียนศิลปากรยังตั้งอยู่ ณ ที่เดิม

โรงเรียนศิลปากรแบ่งการศึกษาออกเป็น 3 แผนก คือ แผนกประณีตศิลปกรรม สอนในวิชาจิตรกรรม ประติมากรรมและทฤษฎีศิลป์ แผนกศิลปอุตสาหกรรม สอนในวิชาการช่างรักประดับมุก วิชาเครื่องปั้นดินเผาและเครื่องเคลือบ แผนกนาฏดุริยางค์ สอนในวิชาการแสดงดนตรีและขับร้อง แผนกนี้ตั้งอยู่ที่วังหน้าอันเป็นวิทยาลัยนาฏศิลปในปัจจุบัน

ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล รัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการศึกษาศิลปะในระดับสูงของชาติ จึงได้มอบหมายให้ พระยาอนุมานราชธน (ยง เสฐียรโกเศศ) อธิบดีกรมศิลปากร ร่วมมือกับ ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ผู้อำนวยการโรงเรียนศิลปากร ร่วมกันปรังปรุงหลักสูตรและยกฐานะขึ้นเป็น มหาวิทยาลัยศิลปากร ตามประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม พ.ศ.2486 เมื่อแรกตั้งเปิดสอนเพียงคณะเดียวคือ คณะจิตรกรรมและประติมากรรม ต่อมาในปี พ.ศ.2498 ได้จัดตั้งคณะสถาปัตยกรรมไทย (ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์) และคณะโบราณคดีขึ้น ส่วนคณะมัณฑนศิลป์ ได้จัดตั้งขึ้นในปี พ.ศ.2499 ทั้งหมดอยู่บริเวณ วังกลาง และวังตะวันออก แต่บางส่วนยังอยู่ที่วังหน้า

ก่อนหน้านี้คือในปี พ.ศ.2495 มีการจัดตั้งโรงเรียนศิลปศึกษาหรือที่เรียกว่า โรงเรียนเตรียมมหาวิทยาลัยศิลปากร ขึ้นที่วังหน้า เปิดสอน 2 แผนกคือ แผนกวิชาช่างศิลป์ไทย (จิตรกรรม) และแผนกสถาปัตยกรรมไทย และในปี พ.ศ.2496 ได้เปิดขึ้นมาอีกแผนกหนึ่งคือ แผนกโบราณคดี

สำหรับการเรียนการสอนในแผนกโบราณคดีผิดกับแผนกอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับช่าง มักใช้กองหัตถศิลป กรมศิลปากร เป็นสถานที่ศึกษา เพราะต้องใช้ข้าราชการในกองหัตถศิลปเป็นอาจารย์สอน สำหรับแผนกโบราณคดีมักย้ายอยู่เสมอ เช่น ไปอยู่ที่อาคารเก่าของกระทรวงคมนาคม (ปัจจุบันเป็นที่ตั้งโรงละครแห่งชาติ) บ้าง ไปอยู่ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนครบ้าง แต่โรงเรียนเตรียมมหาวิทยาลัยศิลปากร ดำเนินการมาเพียงหนึ่งปีก็ถูกยกเลิกด้วยเหตุผลของสภาผู้แทนราษฎร มีมติให้ยุบการศึกษาขั้นเตรียมมหาวิทยาลัยในทุกสถาบัน โดยให้เหตุผลว่า ไม่เป็นธรรมต่อนักเรียนในต่างจังหวัด

ลานอนุสาวรีย์ ศ.ศิลป์ พีระศรี
เมื่อโรงเรียนเตรียมมหาวิทยาลัยศิลปากรถูกยุบ รัฐบาลได้จัดตั้งโรงเรียนศิลปศึกษา (โรงเรียนช่างศิลป) ขึ้นแทนเพื่อรองรับนักเรียนเตรียมมหาวิทยาลัยศิลปากร

ในปี พ.ศ.2503 คณะโบราณคดีซึ่งย้ายจากวังหน้ามาอยู่ที่มหาวิทยาลัยศิลปากร บริเวณวังกลางและวังตะวันออก ต่อมาเมื่อมหาวิทยาลัยศิลปากรได้ติดต่อกับพระทายาทของสมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ กราบบังคมทูลขอพระราชทานพระบรมราชานุมัต ขอใช้วังท่าพระ ซึ่งสำเร็จบริบูรณ์เมื่อปี พ.ศ.2507 และคณะโบราณคดีก็ได้ใช้ตำหนักพรรณรายเป็นอาคารเรียน คณะมัณฑนศิลป์ ก็ได้ขยายที่ออกมาในบริเวณวังท่าพระ รวมถึงมีการปรับปรุงสวนแก้ว

ปี พ.ศ.2509 มหาวิทยาลัยศิลปากร มีนโยบายที่จะเปิดคณะวิชาและสาขาวิชาที่หลากหลายขึ้น แต่เนื่องจากบริเวณพื้นที่ในวังท่าพระคับแคบมาก ไม่สามารถจะขยายพื้นที่ออกไปได้ จึงได้ขยายเขตการศึกษาไปยังพระราชวังสนามจันทร์ จังหวัดนครปฐม โดยจัดตั้งคณะอักษรศาสตร์ พ.ศ.2511 คณะศึกษาศาสตร์ พ.ศ.2513 และคณะวิทยาศาสตร์ พ.ศ.2515 ตามลำดับ หลังจากนั้น จัดตั้งคณะเภสัชศาสตร์ พ.ศ.2529 คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม พ.ศ.2535 และจัดตั้งคณะดุริยางคศาสตร์ขึ้นเมื่อ พ.ศ.2542 เพื่อให้เป็นมหาวิทยาลัยที่มีความสมบูรณ์ทางด้านศิลปะมากยิ่งขึ้น

พ.ศ.2540 มหาวิทยาลัยศิลปากรได้ขยายเขตการศึกษาไปจัดตั้งวิทยาเขตแห่งใหม่ ที่จังหวัดเพชรบุรี เพื่อกระจายการศึกษาไปสู่ภูมิภาค ใช้ชื่อว่า "วิทยาเขตสารสนเทศเพชรบุรี" จัดตั้งคณะสัตวศาสตร์และเทคโนโลยีการเกษตร ในปี พ.ศ.2544 คณะวิทยาการจัดการ ในปี พ.ศ.2545 คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ในปี พ.ศ.2546 และวิทยาลัยนานาชาติ ในปี พ.ศ.2546

  " เหตุใดจึงเรียกว่า "วังท่าพระ"


https://www.myfirstbrain.com/AroundTheCity_View.aspx?Id=49432


Hotmail® has ever-growing storage! Don't worry about storage limits. Check it out.

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น